สถานการณ์การดำเนินงานและการให้การสนับสนุนองค์กรของ อบก.

เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์

          จากเป้าหมายหลักตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP21 ใน ค.ศ. 2015 ที่มุ่งเน้นการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เทียบกับระดับในช่วงก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และพยายามจำกัดให้อุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส อ้างอิงผลการศึกษาจากรายงาน IPCC Fifth Assessment Report ค.ศ. 2014 นั้น จึงเกิดแนวความคิดการกำหนดเป้าหมายบนพื้นทางวิทยาศาสตร์ (Science-based Target หรือ SBT) โดยนำเป้าหมายตามความตกลงปารีสมาใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจกำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกินระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ (1.5-2 องศาเซลเซียส) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีองค์กรธุรกิจกว่า 700 องค์กรทั่วโลก ที่ใช้แนวคิดดังกล่าวในการกำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
          สำหรับประเทศไทย ได้ให้สัตยาบันร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส เมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2016 ณ นครนิวยอร์ก และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2016 ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญในการแสดงความตระหนักและรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน รวมถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประเทศไทยในการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และมีความต้านทานต่อสภาพภูมิอากาศ อันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ในประเด็นการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงานและการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานการเติบโตร่วมกัน 
ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตโดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีกลไกจัดการเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในด้านต่างๆ หรือในพื้นที่หรือสาขาที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบสูง ทั้งนี้ จะเห็นว่า ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในการร่วมดำเนินงานเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าวด้วยการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของตน

ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2564 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. จึงเสนอให้จัดทำโครงการ “การส่งเสริมภาคธุรกิจลดก๊าซเรือนกระจกโดยกำหนดเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์” ขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ต่อยอดจากการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่ได้วิเคราะห์แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร (hot spot) และนำไปสู่การกำหนดเป้าหมาย เพื่อหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกต่อไป ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายดังกล่าวของภาคธุรกิจจึงมีความสำคัญเพราะส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมระดับประเทศด้วย

องค์กรที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการการส่งเสริมภาคธุรกิจลดก๊าซเรือนกระจกโดยกำหนดเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์จำนวน 15 บริษัท จาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยรายละเอียดแสดงดังตารางที่ 1

ตารางที่ รายชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการฯ

ลำดับ

กลุ่มอุตสาหกรรม

รายชื่อกลุ่มบริษัท(เครือ)

จำนวน

บริษัท

1

ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

บริษัท ทรูคอร์ปปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

1

2

พลังงาน

บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

23

3

พลังงาน

บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

14

4

พลังงาน

บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

1

5

อสังหาริมทรัพย์

บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

36

6

เครื่องดื่ม

บริษัทเบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด

1

7

สิ่งทอ

บริษัทนันยางการทอ อุตสาหกรรม จำกัด

1

8

ปรับปรุงคุณภาพน้ำเสีย

บริษัทเขตประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนัง ก.ม.34 จำกัด

1

9

เครื่องดื่ม

บริษัทธนภักดี จำกัด

1

10

เครื่องดื่ม

บริษัทหาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

2

11

อาหารสัตว์

บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

33

12

สิ่งทอ

บริษัทไทยนำศิริ อินเตอร์เท็กซ์ จำกัด

1

13

ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บริษัทอีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด

1

14

แก้วและกระจก

บริษัทสยามกลาสอยุธยา จำกัด

1

15

ไม้

บริษัทพาเนล พลัส จำกัด

3

 

ในการสนับสนุนทางเทคนิคและให้คำปรึกษาองค์กรธุรกิจนำร่อง จะแบ่งการให้คำปรึกษากับองค์กรนำร่อง จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีรายละเอียดดังนี้

  • ครั้งที่ 1 คณะที่ปรึกษาชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ (วัตถุประสงค์ และแผนการดำเนินงาน) รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการประเมินก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (คาร์บอน
    ฟุตพริ้นท์ขององค์กร)
  • ครั้งที่ 2 คณะที่ปรึกษาติดตามข้อมูลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้คำปรึกษาวิธีการจัดเก็บข้อมูล รวมถึงอธิบายการจัดทำแนวทางการตั้งเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ขององค์กรให้เป็นไปตามแนวทางของ SBT โดยอาศัยเครื่องมือ SBTi Tool
  • ครั้งที่ 3 คณะที่ปรึกษา จัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำเสนอค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของงองค์กรนำร่อง และวิเคราะห์แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญ รวมถึงหารือแนวทางฯ แผนการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ในลดก๊าซเรือนกระจก

          จากการให้การสนับสนุนทางเทคนิคและให้คำปรึกษาองค์กรธุรกิจนำร่อง สามารถสรุปผลรวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรนำร่องในปีฐาน เท่ากับ 60,862,106 tCO2e โดยแบ่งออกเป็นขอบเขตที่ 1 มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 27,567,547 tCO2e ขอบเขตที่ 2 มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,056,835 tCO2e และขอบเขตที่ 3 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 32,237,724 tCO2e ซึ่งศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่สามารถลดได้ 502,842.52 tCO2e และแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่ที่ปรึกษาแนะนำเพิ่มเติม 4,530,013.09 tCO2e คิดรวมเป็น 5,032,855.61 tCO2e

          นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการพัฒนาระเบียบวิธีการในการตั้งเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 1.5 และ 2 องศาเซลเซียส จำนวน 2 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

 

 

CopyRight © 2012 - 2021 Carbon Market All Rights