• แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าใช้บริการข้อมูลเว็บไซต์ตลาดคาร์บอนขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พร้อมร่วมลุ้นรางวัลบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท จำนวน 3 รางวัล
    ตลาดคาร์บอน
    องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
    THAILAND GREENHOUSE GAS MANAGEMENT ORGANIZATION (PUBLIC ORGANIZATION)
    ขอเชิญร่วมตอบแบบสอบถาม
    แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าใช้บริการข้อมูลเว็บไซต์ตลาดคาร์บอนขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พร้อมร่วมลุ้นรางวัลบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท จำนวน 3 รางวัล
  • ขอเชิญร่วมประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและประชาสัมพันธ์ตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 8.30-12.00 น. ณ ห้องจามจุรี บอลรูมเอ ชั้นเอ็ม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ
    ตลาดคาร์บอน
    องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
    THAILAND GREENHOUSE GAS MANAGEMENT ORGANIZATION (PUBLIC ORGANIZATION)
    ขอเชิญร่วมประชุม
    ขอเชิญร่วมประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและประชาสัมพันธ์ตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 8.30-12.00 น. ณ ห้องจามจุรี บอลรูมเอ ชั้นเอ็ม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ

EU Emissions Trading Scheme และ Clean Development Mechanism

วันที่  
  ถึง  

"หมายเหตุ: เนื่องจากทางเว็บไซต์มีข้อตกลงเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลกับแหล่งข้อมูล หากท่านต้องการข้อมูลราคาคาร์บอนเครดิตย้อนหลัง โปรดติดต่อ info_cbm@thanasoft.com"

California Carbon Market และ Regional Greenhouse Gas Initiative

วันที่  
  ถึง  

"หมายเหตุ: เนื่องจากทางเว็บไซต์มีข้อตกลงเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลกับแหล่งข้อมูล หากท่านต้องการข้อมูลราคาคาร์บอนเครดิตย้อนหลัง โปรดติดต่อ info_cbm@thanasoft.com"

ตลาดคาร์บอน

ตลาดคาร์บอนคืออะไร

กลไกการลดก๊าซเรือนกระจก

กลไกตลาดคาร์บอน หรือ ตลาดซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market) เป็นมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกแบบหนึ่งที่ใช้กลไกตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยกำหนดให้ “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งเป็นผลการลดก๊าซเรือนกระจก จากสถานการณ์ดำเนินงานปกติ หรือส่วนต่างจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นสินค้าสำหรับการซื้อขายได้

ตลาดคาร์บอน ยังทำให้เกิดการกำหนดราคาของคาร์บอนเครดิต ซึ่งตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แล้วกลไกการตลาดดังกล่าว จะทำให้ต้นทุนของการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำที่สุด ในปัจจุบัน ตลาดคาร์บอนที่มีการดำเนินการอยู่ทั่วโลก มี 2 ประเภท ได้แก่

ตลาดคาร์บอนตามพันธกรณีระหว่างประเทศ (Mandatory carbon market) หรือตลาดภาคบังคับ คือ ตลาดคาร์บอนที่จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องจากผลบังคับในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกฎหมาย ซึ่งต้องมีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ในฐานะผู้ออกกฎหมาย และเป็นผู้กำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผู้ที่เข้าร่วมในตลาดจะต้องมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (Legally binding target)

ทั้งนี้ ตลาดภาคบังคับนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับ การซื้อขายคาร์บอนตามพันธกรณีของพิธีสารเกียวโต เช่น การค้า AAUs (Assigned Allowance Units) และ การค้า ERUs (Emission Reduction Units from Joint Implementation Project) ระหว่างประเทศในภาคผนวกที่ 1 และการค้า CERs (Certified Emission Reduction from Clean Development Mechanism Project) ระหว่างประเทศภาคผนวกที่ 1 (ในฐานะผู้ซื้อ) กับประเทศนอกภาคผนวกที่ 1 เป็นต้น

ตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ (Voluntary carbon market) คือ ตลาดคาร์บอนที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมก๊าซเรือนกระจกมาบังคับ การจัดตั้งตลาดมักเกิดจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการในภาคเอกชน ผู้ที่เข้าร่วมซื้อขายในตลาดนั้นจะยินดีเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ โดยอาจจะมีการตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองโดยสมัครใจ (Voluntary cap-and-trade) แต่ไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย (Non-legally binding target)

ข้อเปรียบเทียบตลาดภาคสมัครใจและภาคบังคับ

ประเด็นเปรียบเทียบ ตลาดคาร์บอนแบบบังคับ ตลาดคาร์บอนแบบสมัครใจ
หน่วยงานดูแลตลาด ภาครัฐ กลุ่มผู้สนใจหรือองค์กรเอกชนสามารถดำเนินการเอง หรือจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่ได้
ระบบ MRV ระดับประเทศ/อุตสาหกรรม ระดับผู้ประกอบการ
ผู้เข้าร่วมตลาด ทุกสาขาการผลิต เน้นที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ไม่เจาะจง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เข้าร่วม
การจัดสรรใบอนุญาตฯ ทำได้ทั้งแบบให้เปล่าและประมูล ทำได้ทั้งแบบให้เปล่าและประมูล
บทลงโทษ มีบทลงโทษชัดเจน ไม่มีบทลงโทษแต่อาจมีสิ่งจูงใจ

คาร์บอนเครดิตได้มาอย่างไร?

รูปแบบของการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ผู้ซื้อในตลาดคาร์บอน

ประเทศภาคผนวกที่ 1 (ตามพิธีสารเกียวโต) เช่น รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว บริษัทหรืออุตสาหกรรมที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจก
Carbon Fund กองทุนที่เกิดจากการรวมตัวกันของรัฐบาลหรือกลุ่มบริษัทเอกชนที่ต้องการ Credit
Carbon Broker (นายหน้า ผู้จัดหาเครดิต)

สถานการณ์ตลาดคาร์บอนในและต่างประเทศ

ตลาดคาร์บอนในต่างประประเทศ

อบก.ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดคาร์บอนที่สำคัญของโลก 4 แห่งได้แก่

ตลาด European Union Emissions Trading Scheme (EU ETS) หมายถึง ตลาดซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสภาพยุโรป เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามพิธิสารเกียวโต โดยมีการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า “European Union Allowance (EUA)”

ตลาด Clean Development Mechanism (CDM) หมายถึง กลไกหนึ่งที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโตเพื่อช่วยให้ประเทศอุตสาหกรรมซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มภาคผนวกที่ 1 (Annex I countries) สามารถบรรลุพันธกรณีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในช่วงปี พ.ศ. 2551 – 2555 ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2533 ประมาณร้อยละ 5 โดยซื้อคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการทำโครงการ CDM ในประเทศกลุ่มนอกภาคผนวกที่ 1 (Non-Annex I countries) ที่เรียกว่า “Certified Emission Reduction (CERs)” เพื่อนำไปหักลบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ตลาด California Carbon Allowance (CCA) หมายถึง ตลาดซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตาม California Assembly Bill 32 "California Global Warming Solutions Act of 2006" ของ California Air Resources Board

ตลาด Regional Greenhouse Gas Initiative (RGGI) หมายถึง ตลาดซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตั้งขึ้นโดยโรงไฟฟ้าในกลุ่มรัฐสมาชิก [ประกอบไปด้วย Connecticut, Delaware, Maine, Maryland, Massachusetts, New Hampshire, New York, Rhode Island, and Vermont] ซึ่งจะเพื่อกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยจะลดลงร้อยละ 2.5 ต่อปี จากปีฐาน 2015 ถึงปี 2020 โดยมีการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า “RGGI allowance (RGA)”

ท่านสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดดังกล่าวได้จาก

จดหมายข่าว อบก. [#]

ตลาดคาร์บอนรายสัปดาห์ [#]

ราคาคาร์บอนในตลาดต่างประเทศ [#]

ตลาดคาร์บอนของไทย

ภาพรวมราคาในตลาดภาคสมัครใจของไทย

รายละเอียดโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย(Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เพิ่มเติมที่ http://ghgreduction.tgo.or.th/

ระบบซื้อขายสิทธิ

ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคืออะไร?

ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างหนี่งที่ใช้ในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นที่รู้จัก และใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และ แคนาดา ทั้งนี้ ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ “แรงจูงใจทางการเงิน” ในการส่งเสริมให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเริ่มจาก “เจ้าของระบบ (ส่วนใหญ่เป็นภาครัฐ) กำหนดระดับเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับปีฐาน (หรือที่เรียกว่า Cap Setting)” ให้กับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง หลังจากนั้น รัฐบาลจะ “จัดสรรสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า Allowance Allocation” ให้กับโรงงาน/องค์กรต่างๆ ที่อยู่ในระบบ เพื่อจำกัดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละโรงงาน/องค์กร โดยแต่ละโรงงาน/องค์กร จะไม่สามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกินกว่าระดับ Cap ที่กำหนดไว้ในแต่ละปี และต้องรายงานผลการตรวจวัดปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกของโรงงาน/องค์กรที่ผ่านการทวนสอบ (หรือที่เรียกว่า Verification) ให้กับรัฐทุกปี

 

 

จากนั้น โรงงาน/องค์กรต่างๆ ต้อง “คืน (หรือที่เรียกว่า Surrender)” สิทธิในการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกที่ได้รับจัดสรรมาจากรัฐบาลตามปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา (ตามที่รายงานทุกสิ้นปี) ซึ่งหากโรงงาน/องค์กรต่างๆปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับจัดสรร ก็ต้องทำการซื้อสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงาน/องค์กรอื่นๆภายใต้ระบบเดียวกัน หรือมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือ อาจซื้อคาร์บอนเครดิต จากโครงการลดก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรฐานต่างๆที่ระบบ ETS นั้นๆ ยอมรับให้นำมาใช้แทนสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบ เพื่อเป็นการชดเชยปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ตนเองปล่อยเกินกว่าสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับจัดสรรมา ในทางกลับกัน หาก โรงงาน/องค์กร ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการจัดสรร ก็สามารถเก็บสะสม (Banking) สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้สำหรับปีถัดไปได้ หรือจะขายให้แก่ โรงงาน/องค์กรอื่นก็ได้ ทั้งนี้ การซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจะมีระดับราคาผันแปรตามอุปสงค์และอุปทานที่มีอยู่ในตลาด

 

 

ในท้ายที่สุด ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกโดยรวมของระบบก็จะลดลงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยโรงงาน/องค์กร ก็ได้รับแรงจูงใจทางการเงินในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น หรือเป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่มีต้นทุนในการลดก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า ทำการลดก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ “การพัฒนาเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ หรือ Low carbon Economy” ได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

 

ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย

 

ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Trading Scheme) หรือที่เรียกว่า ระบบ Thailand V-ETS เป็นกลไกหนึ่งที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้พัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย และได้ออกแบบระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting, and Verification System) หรือ ระบบ MRV ที่พัฒนาจากมาตรฐานสากล ISO 14064-1, 14064-3 และ 14065

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน อบก.ได้ดำเนินโครงการศึกษาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดคาร์บอนของไทยอย่างต่อเนื่องโดย Action plan ของ Thailand V-ETS มีดังนี้

 

 

ในปี 2558 อบก. ได้จัดทำโครงการนำร่องระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย เพื่อทดสอบระบบ MRV ที่ได้ออกแบบไว้กับโรงงานนำร่องจำนวน 15 แห่ง และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการ และกฎการดำเนินงานของระบบ Thailand V-ETS ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ

กิจกรรมชดเชยคาร์บอน

หลักการและเหตุผล

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) จากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้พลังงาน การเกษตรกรรม การพัฒนาและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การตัดไม้ ทำลายป่า รวมทั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่นๆ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ สิ่งมีชีวิต และนับวันปัญหาดังกล่าวก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น การส่งเสริมและพัฒนาตลาดคาร์บอนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ โดยใช้มาตรการทางการตลาดเป็นแรงจูงใจ ซึ่งปัจจุบันองค์กรจากภาครัฐ และภาคเอกชนต่างให้ความสนใจในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Low-carbon organization) หรือ ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ โดยหนทางหนึ่งที่เป็นการมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว สามารถทำได้โดยการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร หรือ ผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า การทำกิจกรรมชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ กิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting) เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร หรือ ผลิตภัณฑ์นับได้เท่ากับศูนย์ หรือ ที่เรียกว่า Carbon Neutral ดังแสดงตัวอย่างในรูปที่ 1

 

รูปที่ 1 กิจกรรมชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาครวมลง ซึ่งหากในอนาคตผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ หรือภาคส่วนต่างๆ ร่วมใจกันซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการ/กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ก็จะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญที่ทำให้มีผู้พัฒนาโครงการหรือกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีมากขึ้นด้วย อันจะทำให้ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากขึ้นเช่นกัน

วัตถุประสงค์

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ได้จัดทำโครงการกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting Program) โดยมีจุดประสงค์เพื่อ เพื่อส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างอุปสงค์คาร์บอนเครดิตจากโครงการ CDM และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจในประเทศไทย อันจะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่ออนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องกิจกรรมชดเชยคาร์บอน ของบุคคล องค์กร สินค้าและบริการ การจัดงานอีเว้นท์ ให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

 

ประเภทของการรับรอง

อบก. จะให้การรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอน 4 ประเภท ได้แก่
1. การรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของสินค้าและบริการ
หมายถึง การรับรองกิจกรรมชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาในระหว่างการผลิต การใช้งาน และการจำหน่ายสินค้า หรือ ในระหว่างการจัดหาและการใช้บริการ
2. การรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของการจัดประชุม หรือ งานอีเว้นท์
หมายถึง การรับรองกิจกรรมชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาในการจัดการประชุม การจัดคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา และอื่นๆ
3. การรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอนขององค์กร
หมายถึง การรับรองกิจกรรมชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมขององค์กร
4. การรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของกิจกรรมส่วนบุคคล
หมายถึง การรับรองกิจกรรมชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกในกิจวัตรประจำวันส่วนบุคคล

 

 

 

สัมมนาและฝึกอบรม

สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 6 (อาคารควบคุม)
สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 6 (อาคารควบคุม)

สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 6 (อาคารควบคุม)

สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 5 (สำหรับโรงงานควบคุม)
สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 5 (สำหรับโรงงานควบคุม)

สัมมนาเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นการดำเนินงานระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครั้งที่ 5 (สำหรับโรงงานควบคุม)

จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒
จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒

จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒

ขอเชิญร่วมประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและประชาสัมพันธ์ตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน
ขอเชิญร่วมประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและประชาสัมพันธ์ตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน

ขอเชิญร่วมประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและประชาสัมพันธ์ตัวชี้วัดธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจยุคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผลิตยั่งยืน ธุรกิจยั่งยืน” ครั้งที่ 2
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจยุคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผลิตยั่งยืน ธุรกิจยั่งยืน” ครั้งที่ 2

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจยุคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผลิตยั่งยืน ธุรกิจยั่งยืน” ครั้งที่ 2

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “เครื่องมือสนับสนุนการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ”
ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “เครื่องมือสนับสนุนการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ”

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “เครื่องมือสนับสนุนการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ”

เอกสารเผยแพร่

จดหมายข่าว

คำถามที่พบบ่อย

ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกสัมพันธ์กับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?

ในระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก นั้น หลังจากมีการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap) แล้ว ผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบจะได้รับการจัดสรรใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (allowance) ซึ่งสามารถนำไปซื้อขายได้ระหว่างผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบด้วยกัน ภายใต้เงื่อนไขของอุปสงค์และอุปทานของตลาด

ขณะเดียวกัน ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังอนุญาตให้ใช้ “เครดิตชดเชย” หรือ “คาร์บอนเครดิต” จากโครงการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนเครดิตจากโครงการ CDM โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VERs) หรือโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจอื่นๆ (VERs) เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่างๆได้ ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานที่ว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น 1 หน่วย สามารถใช้ทดแทนหรือหักล้างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากที่ใดที่หนึ่งได้

อย่างไรก็ดี การใช้เครดิตชดเชยในระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะขึ้นอยู่กับกฎการดำเนินงาน หรือนโยบายของผู้กำหนดนโยบายในระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข้อแตกต่างระหว่างกลไกซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับการทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก คืออะไร?

คุณสมบัติ

กลไกการซื้อขายใบอนุญาตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก

ผู้ที่ทำการลดก๊าซเรือนกระจก

ผู้ที่เข้าร่วมซื้อขายในตลาดคาร์บอน

ผู้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก

สาขาการผลิตที่เข้าร่วม

เน้นสาขาการผลิตที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่

สาขาการผลิตใดก็ได้ หรืออาจจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลก็ได้

เป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก และการอนุญาตให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เป้าหมายถูกกำหนดโดยรัฐ หรือผู้มีอำนาจ โดยผู้ปล่อยจะได้รับจัดสรรสิทธิในการปล่อยก๊าซฯ ในรูปแบบใบอนุญาต (Allowance)

ไม่มีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซฯ หรือสิทธิในการปล่อยก๊าซฯ หากลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่ำกว่ากรณีการดำเนินธุรกิจตามปกติ (Business-as-usual) จะได้รับ “คาร์บอนเครดิต”

สิ่งที่ใช้ซื้อขาย

ใบอนุญาต (Allowance)

คาร์บอนเครดิต (Carbon credit)

อุปทานในตลาด

จำกัดตามปริมาณของเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการและความสนใจในการเข้าร่วมทำโครงการ

อุปสงค์ในตลาด

ผู้ที่ไม่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งสะท้อนจากความเข้มข้นของเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กลไกการซื้อขายใบอนุญาตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อนุญาตให้ใช้เครดิตชดเชย / บริษัทหรือบุคคลที่ทำ CSR

การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ต้องจัดทำ

ไม่ต้องจัดทำ

มาตรฐานของ MRV

ISO 14064-1 / 14064-3 / 14065 หรือขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย

ISO 14064-2 / 14064-3 / 14065 / CDM / J-VER / KVER / VCS / GS หรือขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย

ระยะเวลา

ใบอนุญาตมีอายุหนึ่งปี

ขึ้นอยู่กับอายุโครงการ ซึ่งกำหนดโดยผู้ดูแล

บทลงโทษ

ภาคบังคับ : มีบทลงโทษ

ภาคสมัครใจ : ไม่มีบทลงโทษ

ไม่มีบทลงโทษ

 

อะไรคือความสำคัญของส่วนเพิ่ม (additionality) และผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit)?

กนอกจากนี้ โครงการลดก๊าซเรือนกระจกยังมีผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มีการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนในพื้นที่โครงการลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น โดยการนํามาใช้เป็นเชื้อเพลิงพลังงาน ลดการใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงที่ไม่สามารถทดแทนได้ คุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศดีขึ้นมีการถ่ายทอดและพัฒนา เทคโนโลยีที่สะอาดทั้งจาก ต่างประเทศและภายในประเทศ ด้านสังคม เช่น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพอนามัยจากคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เพิ่มทางเลือกในการประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อสภาวะแวดล้อม มีบทบาทในเวทีโลกในการแก้ไข ปัญหาระดับนานาชาติ ทำให้เพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจาระหว่างประเทศ และด้านเศรษฐกิจ เช่น เกษตรกรสามารถนำวัสดุเหลือใช้ ไปขายเพื่อเป็นวัตถุดิบในการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง พลังงาน กระตุ้นเศรษฐกิจระดับชาติและเพิ่ม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ลดภาระของประเทศที่ภาครัฐจะต้องลงทุนในการรักษา สิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงาน อีกดัวย

แนวทางสำหรับกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนมีอะไรบ้าง ?

สำหรับกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนทางอบก.มีโครงการนำร่องสำกรับการทำกิจกรรมตัวอย่างในปีงบประมาณ 2556 ในส่วนของการคำนวนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอบก.ได้กำหนดไว้ 4 แนวทางได้แก่

1) สำหรับบุคคล การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน (หน่วยคำนวณเป็น ตันต่อปี) ให้ใช้ “เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของไทย” บนเว็บไซต์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

2) สำหรับองค์กร การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ใช้ “แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร” ทั้งนี้ การคำนวนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต้องรวมทุกกิจกรรมทั้งหมดในประเภท (Scope) ที่ 1 และ 2 โดยไม่จำเป็นต้องนำประเภทที่ 3 มาพิจารณา เนื่องจากมีความยุ่งยากในการคำนวน และอาจเกิดปัญหาการนับซ้ำในภายหลังได้

3) สำหรับสินค้าและบริการ การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ใช้ “แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์”

4) สำหรับการจัดงานอีเว้นท์การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ใช้ “แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร” ทั้งนี้ การคำนวนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต้องรวมทุกกิจกรรมทั้งหมดในประเภท (Scope) ที่ 1-3 มาพิจารณา

ความจำเป็นในการทำกิจกรรมการลดคาร์บอนด้วยตนเอง ?

การทำชดเชยคาร์บอนจากผู้เข้าร่วมที่ทำการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยมิได้ทำกิจกรรมการลดคาร์บอนด้วยตนเองเลย อาจเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้เข้าร่วมโครงการมีการใช้พลังงานอยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพแล้วจึงไม่สามารถลดการใช้พลังงานได้อีก หรือ ต้นทุนของการลดคาร์บอนด้วยตนเองมีสูงกว่าการชดเชยคาร์บอนจากที่อื่น ซึ่งมิอาจปฏิเสธได้ว่าธุรกิจสามารถผลักภาระในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ผู้อื่น ซึ่งผลที่ตามมาอาจเกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น และเกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า

อย่างไรก็ตาม หากมองไปยังจุดมุ่งหมายสูงสุดของการบรรเทาปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง จากกิจกรรรมการใช้ชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ การทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนก็ยังอยู่ในหลักการของการลดก๊าซเรือนกระจกโดยใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Cost effectiveness) และยังมีความชอบธรรมตามหลักการ “Polluter pay principle”

ความเกี่ยวข้องระหว่างการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอน และ กืจกรรม CSR เป็นอย่างไร ?

วิสัยทัศน์ และพันธกิจของแต่ละองค์กรนั้นมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรง และเป็นกระแสที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กิจกรรม CSR ประเภทต่างๆที่องค์กรนั้นได้ดำเนินงานอยู่ก็ถือเป็นกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่หากวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กรนั้นๆต้องการจะช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมชดเชยคาร์บอนก็ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

ข้อแตกต่างระหว่างระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับการทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก คืออะไร?

คุณสมบัติ

ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก

ผู้ที่ทำการลดก๊าซเรือนกระจก

ผู้ที่มีพันธกรณี หรือ ถูกกำหนดเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก

ผู้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก

สาขาการผลิตที่เข้าร่วม

เน้นสาขาการผลิตที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่

สาขาการผลิตใดก็ได้ หรืออาจจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลก็ได้

เป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจก และการอนุญาตให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เป้าหมายถูกกำหนดโดยรัฐ หรือผู้มีอำนาจ โดยผู้ปล่อยจะได้รับจัดสรรสิทธิในการปล่อยก๊าซฯ ในรูปแบบสิทธิ (Allowance)

ไม่มีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซฯ หรือสิทธิในการปล่อยก๊าซฯ หากลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่ำกว่ากรณีการดำเนินธุรกิจตามปกติ (Business-as-usual) จะได้รับ “คาร์บอนเครดิต”

สินค้า

สิทธิ (Allowance)

คาร์บอนเครดิต (Carbon credit)

อุปทานในตลาด

จำกัดตามปริมาณของสิทธิในตลาด

ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการและความสนใจในการเข้าร่วมทำโครงการ

อุปสงค์ในตลาด

ผู้ที่ไม่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งสะท้อนจากความเข้มข้นของเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อนุญาตให้ใช้เครดิตชดเชย / บริษัทหรือบุคคลที่ทำ CSR

การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ต้องจัดทำ

ไม่ต้องจัดทำ

มาตรฐานของ MRV

ISO 14064-1 / 14064-3 / 14065 หรือขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย

ISO 14064-2 / 14064-3 / 14065 / CDM / J-VER / KVER / VCS / GS หรือขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย

ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสัมพันธ์กับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างไร?

          ในระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นั้น หลังจากมีการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap) แล้ว ผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบจะได้รับการจัดสรรสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (allowance) ซึ่งสามารถนำไปซื้อขายได้ระหว่างผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบด้วยกัน ภายใต้เงื่อนไขของอุปสงค์และอุปทานของตลาด

          ขณะเดียวกัน ระบบยังอนุญาตให้ใช้ “เครดิตชดเชย” หรือ “คาร์บอนเครดิต” จากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกได้ เช่น คาร์บอนเครดิตจากโครงการ CDM โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VERs) หรือโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจอื่นๆ (VERs) เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่างๆได้

          อย่างไรก็ดี การใช้เครดิตชดเชยในระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะขึ้นอยู่กับกฎการดำเนินงาน หรือนโยบายของผู้กำหนดนโยบาย

ผังเว็บไซต์

รายละเอียดแผนผังเว็บไซต์ตลาดคาร์บอน

ติดต่อเรา

ฟอร์มติดต่อเรา

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการติดต่อเรา ท่านสามารถส่งข้อความถึงเราได้ผ่านแบบฟอร์มด้านล่าง

คุณมีข้อผิดพลาดบางจุด กรุณาตรวจสอบด้านล่าง
การตรวจสอบข้อมูลของคุณสำเร็จ

ข้อมูลติดต่อเรา

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

สำนักพัฒนาธุรกิจ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
120 หมู่ที่ 3 ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

โทรศัพท์: 02-141-9827, 02-141-9831

โทรสาร: 02-143-8403

อีเมล์: info_cbm@thanasoft.com