แนวทางการบริหารจัดการและการขึ้นทะเบียน โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย
(Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER Program) General Guideline)

เรื่อง

รายละเอียด

1. วัตถุประสงค์

เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ โดยใช้กลไกตลาดเป็นแรงจูงใจ

2. ขอบเขต

โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศที่ดำเนินการโดยสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย

3. ชื่อของปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่ลดลงได้จากการดำเนินโครงการ T-VER

คาร์บอนเครดิตหรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้ ซึ่งผลิตขึ้นจากการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER Program) เรียกว่า TVERs

4. การประกันความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิต TVERs

1) กรอบการดำเนินโครงการ T-VER สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14064-2 
2) กรอบการตรวจสอบและการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโครงการ สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14064-3 
3) หน่วยงานตรวจสอบและทวนสอบ (Validation and Verification Body: VVB หรือ VB) ได้รับการรับรองจาก อบก. หรือได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 14065 และขึ้นทะเบียนกับ อบก.

5. การป้องกันการนับซ้ำหรือการนำไปใช้ซ้ำ

5.1 การป้องกันการนับซ้ำจากการขอรับรองโครงการ
1) ผู้พัฒนาโครงการและผู้ที่อยู่ในโครงการ จะต้องไม่ขอรับการรับรอง “โครงการที่มีขอบเขตการดำเนินงานเดียวกัน” จากระบบการให้การรับรองอื่น 
2) ในกรณีที่มีการขอรับการรับรองโครงการหลายโครงการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นนิติบุคคล (หรือบุคคล) เดียวกัน และแยกยื่นขอรับรองโครงการ ผู้พัฒนาโครงการจะต้องระบุไว้ในใบสมัคร (ภายใต้หัวข้อการป้องกันการนับซ้ำ) ว่าโครงการใดได้ขอรับการรับรองจากโครงการ T-VER และจากระบบการให้การรับรองอื่นด้วย และต้องพิสูจน์ว่าจะไม่มีการนับซ้ำเกิดขึ้น
5.2 การป้องกันการนับซ้ำจากการรายงาน หรือประกาศผลการดำเนินงาน ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจ 
หลังจากที่มีการให้การรับรอง และโอนคาร์บอนเครดิตให้กับบุคคลที่ 3 แล้ว ผู้พัฒนาโครงการและ ผู้ที่อยู่ในโครงการจะไม่สามารถถือสิทธิ์ในคาร์บอนเครดิตดังกล่าวได้

6. ชนิดของก๊าซเรือนกระจก

โครงการ T-VER จะครอบคลุมก๊าซเรือนกระจก 3 ชนิด คือ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน (CH4) และไนตรัสออกไซด์ (N2O)

7. วันเริ่มโครงการ (Starting date)

วันที่เริ่มบันทึกข้อมูลกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่กำหนดในระเบียบวิธีการฯ

8. ระยะเวลาการคิดเครดิต (crediting period)

ระยะเวลาการคิดเครดิตของ T-VER Program ระยะที่ 1
โครงการทั่วไป 7 ปี 
โครงการป่าไม้ 20 ปี 
โดยนับตั้งแต่วันเริ่มโครงการ และ/หรือ สามารถนับย้อนหลังจากวันที่สมัครขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ได้ไม่เกิน 1 ปี

9. ลักษณะของโครงการ T-VER

โครงการ T-VER ต้องเป็นโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้จริง โดยไม่มีการจำกัดขนาดของโครงการ และสามารถดำเนินโครงการแบบกลุ่ม (bundled project) ได้
ประเภทของโครงการที่จะได้รับการพิจารณา ให้ขึ้นทะเบียนและรับรองคาร์บอนเครดิต ได้แก่ 

ประเภทโครงการ

โครงการ/กิจกรรมที่มีศักยภาพ
ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ และ/หรือ การผลิตพลังงานไฟฟ้า

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ และ/หรือ การผลิตพลังงานความร้อน

การพัฒนาพลังงานทางเลือก

การพัฒนาไบโอดีเซล

การพัฒนาเอทานอล

การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน

การผลิตพลังงานความร้อนจากพลังงานหมุนเวียน

การจัดการขยะ
มูลฝอย สิ่งปฎิกูล และวัสดุเหลือใช้

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากหลุมฝังกลบ

การนำขยะอินทรีย์มาผลิตปุ๋ยหมัก

การแปลงของเสียเป็นพลังงาน (RDF)

การจัดการใน
ภาคขนส่ง

การเปลี่ยนเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์

การขนส่งโดยพาหนะประเภทไร้เครื่องยนต์

การเปลี่ยนระบบขนส่ง

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับยานยนต์

ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว

การพัฒนาสวนสาธารณะและการปลูกป่าในเมือง

การจัดทำสวนแนวดิ่ง

การพัฒนาระบบวนเกษตร (Agroforestry)

การปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์ (A/R, REDD+)

การเกษตร

การใช้ปุ๋ยอย่างถูกวิธีในพื้นที่การเกษตร

การปรับปรุงวิธีการปลูกข้าวที่ลดก๊าซเรือนกระจก

อื่นๆ

โครงการลดก๊าซเรือนกระจกประเภทอื่นๆ ที่คณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกกำหนด

10. วิธีการคำนวณ

ดูวิธีการคำนวณปริมาณการปล่อยและ/หรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกในเอกสาร “ระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ” สำหรับโครงการ T-VER แต่ละประเภท

11. ขั้นตอนการดำเนินโครงการ T-VER

12. การขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER

อบก. รับใบสมัครขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER พร้อมเอกสารอื่นๆ จากผู้ประเมินภายนอก/หน่วยงานตรวจสอบและทวนสอบที่ได้รับมอบหมาย และส่งให้คณะอนุกรรมการโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER Sub-committee) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คณะอนุกรรมการ T-VER” พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่คณะอนุกรรมการฯ กำหนด
คณะอนุกรรมการ T-VER สามารถร้องขอเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ โดยผู้พัฒนาโครงการต้องพร้อมในการทำตามคำร้องขอและส่งเอกสารดังกล่าวให้กับอบก. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากจำเป็นต้องมีการปรับปรุง/เพิ่มเติมสาระในเอกสารประกอบโครงการ คณะอนุกรรมการ T-VER สามารถร้องขอให้ผู้พัฒนาโครงการดำเนินการปรับปรุง/เพิ่มเติมสาระดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากเอกสารประกอบโครงการไม่ได้รับการเห็นชอบ หรือ ผู้พัฒนาโครงการไม่ได้ดำเนินการตามที่ได้รับการร้องขอจากคณะอนุกรรมการ T-VER อบก.สามารถปฏิเสธการขอขึ้นทะเบียนได้ โดยให้ระบุเหตุผลตามที่กล่าวมา

13. การแจ้งและการบริหารจัดการ ด้านการขึ้นทะเบียนโครงการ

อบก. ต้องแจ้งผลการขอขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ให้ผู้พัฒนาโครงการทราบ
เมื่อมีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนโครงการ อบก. จะต้องออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้พัฒนาโครงการตามแบบฟอร์มที่กำหนด

14. การดำเนินงานและ การติดตามผลโครงการ T-VER

ผู้พัฒนาโครงการที่ได้ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ต้องดำเนินโครงการและ ติดตามผลโครงการตามที่ได้ระบุในเอกสารประกอบโครงการ

15. การตรวจสอบ โครงการฯ (Validation) และการทวนสอบ (verification) รายงานการติดตามผล
(Monitoring report)

ดูรายละเอียดในเอกสาร “หลักเกณฑ์การตรวจสอบ (Validation) และทวนสอบ (Verification) โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (TVER-VVG) และ “หลักเกณฑ์การติดตามผลปริมาณการปล่อยและ/หรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกและการรายงานผล” (TVER-MRG)

16. การรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิต

คณะอนุกรรมการ T-VER จะเป็นผู้พิจารณาให้การรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิต และรายงานผลการพิจารณาให้คณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คณะกรรมการ อบก.” ทราบ
ในกรณีที่ต้องมีการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมสาระใดๆ คณะอนุกรรมการ T-VER สามารถแจ้งให้ผู้พัฒนาโครงการ/ผู้ประเมินภายนอกส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่เกิน 30 วัน

17. การแจ้งผล และการบริหารจัดการ ด้านการให้การรับรอง

อบก. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิต (Certificate of Thailand Verified Emission Reductions: Certificate of TVERs) ตามแบบฟอร์มที่กำหนด และแจ้งผลการให้การรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตให้ผู้พัฒนาโครงการและผู้ประเมินภายนอกทราบ

18. การชดเชยคาร์บอนเครดิต (TVERs) ที่ได้รับการรับรองมากกว่าที่ควรได้ (improper)

ในกรณีที่พบว่าปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ผู้พัฒนาโครงการจะต้องรับผิดชอบโดยชดเชยปริมาณ TVERs ตามที่คณะกรรมการ อบก. กำหนด

19. การเปิดเผยข้อมูล

อบก. สามารถเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ให้สาธารณชนทราบ บนเว็บไซต์ของ อบก.
1) รายชื่อโครงการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ T-VER และวันที่ขึ้นทะเบียน
2) PDD ของโครงการที่ได้ขึ้นทะเบียน
3) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดลงได้
4) สรุปรายงานการตรวจสอบและรายงานการทวนสอบ
5) สรุปผลการพิจารณาโครงการของคณะอนุกรรมการ T-VER
6) ปริมาณคาร์บอนเครดิต TVERs ที่ได้รับการรับรอง
อบก. จะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ T-VER นอกเหนือไปจากที่กล่าวถึง โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พัฒนาโครงการ ยกเว้นว่าเป็นข้อมูลที่กฎหมายอื่นๆ บังคับให้ทำการเปิดเผย

20. รายละเอียดแนวทางการดำเนินงานอื่นๆ

อบก. เป็นผู้พัฒนากฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และการให้การรับรอง TVERs

21. การทบทวนแนวทางการบริหารจัดการ และการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER

การทบทวนรูปแบบการบริหารจัดการ และการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบ ระเบียบวิธีการ และข้อกำหนดต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา

22. ค่าธรรมเนียมการให้บริการ

ผู้พัฒนาโครงการจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม ที่เกิดจากการให้บริการของ อบก. ในระยะแรกจนถึงปี

อ่าน

1,282

คะแนน

วันที่แก้ไขล่าสุด

24/03/2015

แบ่งปัน

หากคุณต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม