ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ยังคงเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ

ที่มา: http://www.foodandagpolicy.org


จากรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกในปี 2010 ของ Vital Signs Online service ของ Worldwatch Institute พบว่า ภาคเกษตรกรรมมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 4.69 พันล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 1990 ร้อยละ 13 เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง 6.76 พันล้านตัน และ ภาคการผลิตไฟฟ้าและความร้อน 12.48 พันล้านตัน

อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตของผลผลิตในภาคเกษตรกรรมระหว่างปี 1990 และ 2010 สูงกว่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นถึง 1.6 เท่า แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในภาคเกษตรกรรม

ก๊าซเรือนกระจกหลักที่ปล่อยออกมาจากภาคเกษตรกรรม ได้แก่ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ โดยทั่วไป ก๊าซมีเทนเกิดจากการหมักแบบไม่ใช่ออกซิเจนของวัตถุอินทรีย์ในการเพาะปลูก การให้อาหารสัตว์ และการใช้ปุ๋ย ทั้งนี้ ก๊าซมีเทนคิดเป็นครึ่งนึงของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดจากภาคเกษตรกรรม โดยแหล่งที่มาของก๊าซมีเทนที่ใหญ่ที่สุดมาจากการหมักวัตถุอินทรีย์ในภาคปศุสัตว์

ก๊าซไนตรัสออกไซด์ เป็นผลพลอยได้จากการย่อยสลายสารไนโตรเจนของจุลินทร์ทรีย์ในดิน และการใช้ปุ๋ยคอก โดยก๊าซไนตรัสออกไซด์ส่วนใหญ่มาจากการใช้ปุ๋ยมากเกินความจำเป็น ทำให้มีไนโตรเจนเกินความต้องการของพืชที่ปลูกในดิน ซึ่งก๊าซไนตรัสออกไซด์คิดเป็นร้อยละ 36 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดจากภาคเกษตรกรรม

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยออกมาจากดิน เมื่ออินทรียวัตถุสลายตัวแบบใช้ออกซิเจน โดยแหล่งที่มาที่ใหญ่ที่สุดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาจากการระบายน้ำ และการเตรียมดินอินทรีย์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ดินพรุ หนองน้ำ หรือ ชายเลนที่มีสารอินทรีย์สูง เมื่อพื้นที่ดังกล่าวมีการระบายน้ำออก เพื่อเตรียมการเพาะปลูก สารอินทรีย์ในดินจะสลายตัว และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างรวดเร็ว ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นร้อยละ 14 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดจากภาคเกษตรกรรม

สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการหมักในลำไส้ (enteric fermentation) นั้น เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.6 ระหว่างปี 1990 และ 2010 โดยที่ในทวีปแอฟริกาและเอเชียมีอัตราการปล่อยเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 51.4 และ 28.1 ตามลำดับ ขณะที่ในทวีปยุโรป และโซนโอเชียเนีย มีอัตราการปล่อยลดลงเหลือร้อยละ 48.1 และ 16.1 ตามลำดับ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทวีปยุโรปนี้ มาจากการชะลอการผลิตเนื้อวัวในระหว่างปี 1990 และ 2010 ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้ธัญพืช และน้ำมัน แทนการใช้หญ้าเพื่อเป็นอาหารสัตว์

แม้ว่าการเพิ่มการใช้น้ำมันหรือเมล็ดพืชน้ำมันเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สามารถช่วยให้กระบวนการย่อยดีขึ้นและลดการปล่อยก๊าซมีเทน แต่การเปลี่ยนจากการใช้หญ้ามาใช้ธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมัน จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า เป็นการให้อาหารเพื่อขุนสัตว์อย่างเข้มข้น ซึ่งมีผลกระทบเชิงลบ เช่น เกิดมลพิษทางน้ำ และการใช้พลังงานฟอสซิลในปริมาณที่สูงขึ้น ซึ่งนักวิจัยจาก Worldwatch Food and Agriculture ชี้ให้เห็นว่า นอกเหนือจากการลดประชากรในภาคปศุสัตว์โดยรวมแล้ว ยังไม่มีทางออกอื่นที่ชัดเจนสำหรับการทำปศุสัตว์ที่เป็นมิตรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อ่าน

3,136

คะแนน

วันที่แก้ไขล่าสุด

24/03/2015

แบ่งปัน

หากคุณต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม